ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บบล็อกของ ศิริพร(อ้อม)นักศึกษาสาขาวิชาคณิตศาสตร์ หมู่ 2 ในรายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับครู

วันศุกร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2556

         ยินดีต้อนรับสู่  Webblog  ของ น..ศิริพร แตงจันทร์ บล็อกนี้จัดทำขึ้นเพื่อใช้ประกอบการเรียนการสอนรายวิชา เทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับครู (PC 9203) ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556
.....................................................................................................................

คำอธิบายรายวิชา
........ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เช่น ไมโครซอฟท์คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ระบบการสื่อสารข้อมูล ระบบเน็ตเวิร์ค ระบบซอฟท์แวร์ การจัดการทรัพยากรสารสนเทศ เครื่องมือการเข้าถึงสารสนเทศ ทักษะการเข้าถึงสารสนเทศ ฐานข้อมูลสารสนเทศ ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์และการอ้างอิง ฝึกปฏิบัติการ สามารถใช้คอมพิวเตอร์ขั้นพื้นฐานและเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้อย่างเหมาะสมได้

วัตถุประสงค์ในรายวิชา
........เมื่อผู้เรียนศึกษาเนื้อหาบทเรียนจบแล้วตามหลักสูตรแล้วจะมีพฤติกรรมหรือความสามารถดังนี้
    1. อธิบายความหมาย ความสำคัญ และองค์ประกอบของเทคโนโลยีสารสนเทศได้
    2. อธิบายความสัมพันธ์ของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้
    3. ยกตัวอย่างเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในชีวิตจริงได้
    4. อธิบายความหมายและความสำคัญของวิธีระบบได้
    5. อธิบายความสัมพันธ์ของวิธีระบบกับเทคโนโลยีสารสนเทศได้
    6. บอกความหมายและองค์ประสกอบสำคัญๆของคอมพิวเตอร์ได้
    7. อธิบายหน้าที่ขององค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ได้

    8. บอกประเภทและคุณสมบัติของซอฟท์แวร์แต่ละประเภทได้
    9. บอกความหมายและความสำคัญของอินเตอร์เน็ตได้
  10. บอกความสัมพันธ์ของเครือขายคอมพิวเตอร์และเครือข่ายอินเตอร์เน็ตได้
  11. อธิบายแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ที่สามารถเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายได้

  12. อธิบายวิธีประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศกับการศึกษาได้
  13. ยกตัวอย่างโปรแกรมต่าง ๆ ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการเรียนการสอนได้
  14. สร้างสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนการสอนได้
  15. นำเสนอสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศทั้งที่เป็นสื่อทั่วไปและสื่อระบบเครือข่ายได้


เนื้อหาบทเรียน
    หน่วยการเรียนที่ 1 ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ
    หน่วยการเรียนที่ 2 ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
    หน่วยการเรียนที่ 3 คอมพิวเตอร์และระบบคอมพิวเตอร์
    หน่วยการเรียนที่ 4 ซอฟต์แวร์
    หน่วยการเรียนที่ 5 ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์
    หน่วยการเรียนที่ 6 อินเตอร์เน็ต
    หน่วยการเรียนที่ 7 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศกับการเรียนการสอน
    หน่วยการเรียนที่ 8 การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการนำเสนอผล



รูปแบบของกระบวนการเรียนการสอน
         วิธีสอน : เป็นการเรียนการสอนแบบผสมผสาน (Blended Learning)
         เนื้อหาบทเรียน  : เนื้อหาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารสำหรับครู
        เครื่องมือกำกับการเรียนรู้ : ความซื่อสัตย์(integrity)

กิจกรรมการเรียนการสอน
    -การบรรยายประกอบสื่อในชั้นเรียนปกติ (traditional classroom)
    -การศึกษาค้นคว้าด้วยสื่อออนไลน์หรือเว็บบล็อก
    -การสรุปและนำเสนอในชั้นเรียนด้วยสื่อ ICT
    -การอภิปรายแสดงความคิดเห็น
    -การสรุปเป็นรายงาน
    -การทดสอบเพื่อวัดและประเมินผล




   การบูรณาการกับความพอเพียง
          ในการขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในภาคการศึกษานั้น  จะต้องมุ่งพัฒนาที่ตัวครูก่อนเป็นอันดับแรก เพราะครูถือว่าเป็นทรัพยากรที่สำคัญในการถ่ายทอดความรู้และปลูกฝังสิ่งต่างๆให้แก่เด็ก  ดังนั้นจึงควรส่งเสริมครูให้มีความรู้  ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักเศรษฐกิจพอเพียงอย่างถ่องแท้ก่อน  เพราะเมื่อครูเข้าใจครูก็จะได้เป็นแบบอย่างทีดีให้แก่เด็กได้  ครูจะสอนให้เด็กรู้จักพอ ครูจะต้องรู้จักพอก่อนโดยอยู่อย่างพอเพียงและเรียนรู้ไปพร้อมๆกับเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องมีสติในการเลือกรับข้อมูลต่างๆที่เข้ามา  รู้จักเลือกรับและรู้จักต่อยอดองค์ความรู้ที่มีอยู่  หมั่นศึกษาเพิ่มพูนความรู้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน ไม่ก้าวกระโดด ในการเลือกรับข้อมูลนั้นต้องรู้จักพิจารณารับอย่างเป็นขั้นเป็นตอน  รู้จักแก้ไขปัญหาอย่างเป็นขั้นเป็นตอน  ประเมินความรู้และสถานการณ์อยู่ตลอดเวลาจะได้รู้จักและเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับสภาพและผลจากการเปลี่ยนแปลงในมติต่างๆได้อย่างรอบคอบและระมัดระวัง
           เป้าหมายสำคัญของการขับเคลื่อน คือ การทำให้เด็กรู้จักความพอเพียง ปลูกฝัง อบรมบ่มเพาะให้เด็กมีความสมดุลทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม โดยสอดแทรกแนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรสาระเรียนรู้ต่างๆเพื่อสอนให้เด็กรู้จักการใช้ชีวิตได้อย่างสมดุลตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง เห็นคุณค่าของทรัพยากรต่างๆรู้จักอยู่ร่วมกับผู้อื่น รู้จักเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และแบ่งปัน  มีจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมและเห็นคุณค่าของวัฒนธรรมค่านิยมความเป็นไทยท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงต่างๆ  รู้ว่าตนเองเป็นองค์ประกอบหนึ่งในสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมของโลก การกระทำของตนย่อมมีผลและเชื่อมโยงกับสภาพแวดล้อมในโลกที่ตนเองเป็นสมาชิกอยู่ด้วย ซึ่งการจะบรรลุเป้าหมายดังกล่าวข้างต้น   สำคัญคือครูจะต้องรู้จักบูรณาการการเรียนการสอนให้เด็กและเยาวชนเห็นถึงความเชื่อมโยงในมิติต่างๆ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม  สังคมและเศรษฐกิจ ซึ่งความเป็นองค์รวมนี้จะเกิดขึ้นได้  ครูต้องโดยใช้ความรู้และคุณธรรมเป็นปัจจัยในการขับเคลื่อน
          นอกจากนี้  ในการส่งเสริมให้นำหลักปรัชญาฯไปใช้ในสถานศึกษาต่างๆนั้น อาจจะใช้วิธี “เข้าใจ   เข้าถึง และพัฒนาตามหลักการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า สำคัญที่สุดครูต้องเข้าใจเรื่องปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงก่อน โดยเข้าใจว่าแนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงนั้นเป็นแนวคิดที่สามารถเริ่มต้นและปลูกฝังได้ผ่านการทำกิจกรรมต่างๆ ในโรงเรียน เช่น กิจกรรมการรักษาสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน  การกำจัดขยะในโรงเรียน  การสำรวจทรัพยากรของชุมชนฯลฯ

การบูรณาการกับการซื่อสัตย์
ความซื่อสัตย์ เป็นลักษณะที่ช่วยให้เป็นที่ยอมรับนับถือและไว้วางใจ  เป็นที่น่าคบหาสมาคมด้วย  ถ้าขาดความซื่อสัตย์จะเป็นคนไม่น่าคบหาสมาคม  เป็นที่ระแวงแคลงใจของเพื่อนและบุคคลใกล้ชิด  โดยปกติแล้วผู้ปฏิบัติตนด้วยความซื่อสัตย์จะมีความเจริญก้าวหน้าทั้งด้านส่วนตัว  การประกอบอาชีพ  สังคม  ความซื่อสัตย์จึงหมายถึง การประพฤติตรงและจริงใจ ไม่คิดคดทรยศ ไม่โกง ไม่หลอกลวง
พฤติกรรมที่แสดงว่ามีความซื่อสัตย์  มีดังนี้
         1.ตรงต่อเวลา  นัดหมายแล้วมาตามนัดและตรงเวลา  มาโรงเรียนตรงเวลาไม่มาสาย
         2.ไม่พูดปด  พูดความจริงเสมอ 
         3.ไม่หน้าไหว้หลังหลอก ต่อหน้าทำอย่างหนึ่งและลับหลังทำอีกอย่างหนึ่ง
        4.ยอมรับผิดเมื่อทำผิด  ไม่ใส่ร้ายความผิดให้กับผู้อื่น
        5.จ่ายเงินทุกครั้งเมื่อซื้อสิ่งของขึ้นรถประจำทางหรือโดยสารยานพาหนะอื่นๆหรือใช้บริการอื่นๆที่ต้องเสียเงินค่าบริการ
        6.ไม่หยิบฉวยสิ่งของของผู้อื่นมาเป็นของตนจะใช้สิ่งของผู้อื่นต้องขออนุญาตก่อน

ที่มา: http://www.sahavicha.com/?name=knowledge&file=readknowledge&id=1085


ความซื่อสัตย์
เป็นพฤติกรรมหรือความสามารถ (Competency) อย่างหนึ่งที่มีประโยชน์และมีคุณค่าในความเป็นมนุษย์ของบุคคล ช่วยให้เกิดความไว้วางใจ น่าเชื่อถือ และเป็นปัจจัยที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการเรียนรู้และดำเนินงานของบุคคลหรือองค์กร

ระดับความซื่อสัตย์
    1.
 ระดับตำกว่ามาตรฐานที่กำหนดอย่างมาก
.
 ให้ข้อมูลที่บิดเบือนจากความจริงเป็นเหตุให้เกิดปัญหาหรือความเข้าใจผิด
.
 หลีกเลี่ยงการตักเตือนหรือแจ้งผู้ที่ทำผิดระเบียบ
.
 ปฏิเสธ/ไม่ยอมรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น
.
 ละเมิดระเบียบหรือกฎเกณฑ์อยู่เสมอ


    2. ระดับต่ำกว่ามาตรฐาน
.
 ดูแลและรักษาทรัพย์สินหรือผลประโยชน์ของส่วนรวมเป็นบางครั้ง
.
 ตักเตือนหรือแจ้งผู้ทำผิดระเบียบหรือกฎเท่าที่จำเป็น
.
 ไม่ประพฤติตนตามระเบียบหรือกฎของส่วนร่วมเป็นบางครั้ง


    3.
 ระดับมาตรฐานที่กำหนด
.
 รับฟังและไม่นำข้อมูลของผู้อื่นมาเปิดเผย
.
 ดูและและรักษาทรัพย์สินและผลประโยชน์ของส่วนรวมอยู่เสมอ
.
 ไม่นำทรัพย์สินของส่วนรวมมาใช้ประโยชน์ส่วนตัว
.
 ประพฤติตนตามระเบียบหรือกฎอยู่เสมอ

    4.
 สูงกว่ามาตรฐานที่กำหนด
. ไม่เปิดเผยข้อมูลของหน่วยงานที่อาจสร้างความขัดแย้งหรือปัญหาให้เกิดขึ้น
.
 ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ชัดเจน และเหมาะสมกับกลุ่มคน เวลา และสถานการณ์
.
 ตักเตือนสมาชิกในทีมเมื่อทำผิดระเบียบหรือกฎ
.
 ยอมรับและหาทางแก้ไขความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากการกระทำของตนเอง

    5.
 สูงเกินกว่าที่มาตรฐานกำหนด
.
 แจ้งผู้เกี่ยวข้องเมื่อพบเห็นผู้ทำผิดระเบียบหรือกฎ
.
 ปลุกจิตสำนึกให้สมาชิกทั้งภายในและภายนอกหน่วยงานมีจรรยาบรรณและคุณธรรมในการทำงาน
.
 นำทรัพย์สินของตนเองมาใช้เพื่อใครทำงานประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนด

ประโยชน์และคุณค่าของความซื่อสัตย์...
    1. ส่งเสริมให้เกิดความเมตตาธรรม
    2. ปราศจากความหวาดระแวงซึ่งกันและกัน
    3. เป็นพื้นฐานในการช่วยเหลือเกื้อกูลกันในสังคม
    4. ส่งเสริมความรักและการให้เกียรติซึ่งกันและกัน
    5. เป็นพฤติกรรมที่ปราศจากความหวาดระแวง
    6. เป็นแนวทางในการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข
    7. นำไปสู่ความรักและเคารพในเกียรติของตนเองและบุคคลอื่น
    8. เป็นการเคารพสิทธิ์ในทรัพย์สินหรือความรู้สึกคนอื่น
    9. ช่วยรักษาปกป้องผลประโยชน์ของตนเองหรือองค์กรอย่างตรงไปตรงมา
  10. ช่วยสร้างความอบอุ่นแก่ตนเอง ครอบครัว และสังคม
  11. ช่วยส่งเสริมความเป็นระเบียบและมีวินัยในตนเองและสังคม

  12. ช่วยสร้างความจริงใจและไว้วางใจซึ่งกันและกันได้